ตรวจสอบด่วน จ่อเก็บ ค่ าใช้น้ำทำนา

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย

กล่ าวกรณีที่กระทรวงเกษตรฯ รับฟังความคิดเห็นเพื่อนำไปศึกษาปรับปรุง พ.ร.บ.การชลประทานห วง

พ.ศ.2484 ว่า เมื่อเข้าไปดูในร ายละเอียดแล้วพบว่ามีการสอดไส้กฎกระทรวง

เพื่อเรียกเก็บค่ าน้ำชลประทานจากผู้ใช้น้ำจากทางน้ำชลประทาน ทั้งที่อยู่ในและนอกเขตชลประทาน ได้แก่

1.เก็ บค่ าใช้น้ำชลประทาน หากทำนามากกว่า 30% ของพื้นที่ จ่ายไร่ละ 25 บ าทต่อปี

ถ้าทำนาในพื้นที่น้อยกว่านั้น เก็บลู กบ าศก์เมตรละ 5 บ าท

2.เก็บค่ าบำรุงทางชลประทานกับผู้ใช้เรือ

แพและย านพาหนะอื่น เช่ น ถ้าเป็นเรือเก็บครั้งละ 7 บ าทต่อความย าวเรือ 1 เมตร

ทั้งนี้ ที่กรมชลประทานต้องการเก็บค่ าทำนาจากชาวนา โดยอ้างว่าเพื่อนำเงิ นเข้ากองทุนหมุนเวียนเพื่อชลประทาน

ไปเป็นค่ าใช้จ่ายในการกักเก็บ รักษา ควบ คุม ส่ง ระ บ ายหรือแบ่งน้ำเพื่อเกษตรกร รม

ที่จริงแล้วหน้าที่ดังกล่ าวเป็นขององค์ปกปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงชลประทานพื้นที่ซึ่งมีงบประมาณประจำอยู่แล้ว

นายวันนิวัติ กล่ าวต่อว่า ในปีงบประมาณ 2565 กรมชลประทานยังได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นอยู่กรมเดียว

อยู่ที่ 77,143.43 ล้ านบ าท เพิ่มขึ้น 3,036.45 ล้ านบ าท หรือเพิ่มขึ้น 4.1% ขณะที่กรมอื่นถูกตัดงบลง

จึงไม่เข้าใจว่าเห ตุใดจึงจะต้องมีการออกกฎกระท รวง เพื่อเก็บค่ าใช้น้ำในการทำนากับเกษตรกรเหมือนรีดเลือดกับปู

ทั้งที่กองทุนหมุนเวียนเพื่อชลประทาน ก็มีร ายได้จากแหล่งอื่น

เช่ น การจำหน่ายน้ำให้กับธุร กิจการโรงงานอุตสาหก รรม หรือกิจการประปาอยู่แล้ว

จึงอย ากให้ผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้องยกเลิ กแนวคิดดังกล่ าว แล้วเร่งรัดจัดสรรแหล่งน้ำในการทำเกษตรกรร ม

ให้เพียงพอต่อการเพ าะป ลู กข้ าวและพืชไร่อื่น ๆ ซึ่งเป็นปั ญหาหลักของเกษตรกรในตอนนี้

การที่บอกว่าภาคเกษตรกรร มเป็นผู้ใช้น้ำร ายใหญ่ที่สุด

โดยที่ไม่ดูบริบทของการใช้และผลลัพธ์เลย ว่าเกษตรกรใช้น้ำไปเพื่อผลิตอาหารให้คนไทยได้มีกิน

มีอาชีพเลี้ ยงครอบครัว ผู้ประกอบการได้วัตถุดิบสำหรับการขาย การส่งออก ทั้งหมดล้วนมีสารตั้งต้นจากเกษตรกร

ซึ่งถือเป็นอาชีพต้นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตคนทั้งประเทศ การเก็บค่ าน้ำที่ได้จากธร รมชาติเอากับเกษตรกร

โหดร้า ยเกินไป เกษตรกรที่กำลังร่อแร่อยู่แล้ว ได้ต ายกันหมดแน่ๆ

ขอบคุณ mumkhao